เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บีเป็นตากุ้งยิง ผมก็ให้กิน Amoxyciline + ยาหยอดตา ที่พกมาจากเมืองไทย + เอาน้ำอุ่นประคบ ผ่านไปประมาณ 4-5 วัน ก็หายเป็นปรกติ ก็นึกว่าไม่เป็นไรแล้ว สักพัก กลับมาเป็นใหม่ ผมก็เลยตัดสินใจพาบีไปหาหมอ
ช่วงนั้นโชคดี ที่เราจัดการ LMDE เสร็จเรียบร้อยพอดี ทำให้เราสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด เมื่อไปหา กว่าจะได้ตรวจก็รอคิวประมาณเกือบ ชม. การพูดคุยก็ค่อนข้างลำบาก เพราะ คิดว่าหมอพูดภาษาอังกฤษได้ ปรากฎว่า หมอดันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ต้องไปหาล่าม คือ คนไข้ คนอื่น มาช่วยพูดให้แทน (อะไรวะ อุตส่าห์เรียนจบหมอ พูดอังกฤษไม่ได้)
เมื่อตรวจเสร็จหมอก็จ่ายยาหยอดตา กับ ยาทาตามาให้ ก่อนที่จะมาหาหมอ ผมได้สอบถามเพื่อนที่เป็นหมอ และ เภสัช มาได้ คำแนะนำว่าให้กินยา Diclociline ซึ่งจัดเป็นยา Anti-Biotic (ยาฆ่าเชื้อ) ที่มีผลกับโรคตาแดงโดยตรง ส่วน Amoxy นั้น ช่วยเพียงแค่ประมาณ 20% เท่านั้น แต่หมอ ไม่ยอมจ่ายยาตัวนี้ให้ เหมือนกับที่เพื่อนบอกว่าไว้เลย ว่าหมอที่นี่ แม่ง จ่ายยาฆ่าเชื้อยาก ต้องให้เราเป็นหนัก ๆ ก่อน คือ ลองให้ร่างการรักษาตัวเอง ก่อน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ จึงจะจ่าย
เมื่อตรวจเสร็จแล้วก็จ่ายค่าตรวจไป 22 ยูโร โดยผมออกเงินไปก่อน แล้วค่อยไปเบิกกับ LMDE คืนทีหลัง ก็ได้ไบสั่งยา จากนั้นก็นำไปซื้อยาที่ร้านขายยาทั่วไป ก็ได้ยามาฟรีเลย ร้านเคยยา พอเห็นประกันที่ทำกับ LMDE เค้าก็ไม่เก็บเงินเลย คนในร้านขายยาก็ยังพูดภาษาอังกฤษได้บ้างดีจังเลย ค่ายาหยอดตา กับ ยาทา ประมาณ 10 ยูโร นี่ ถ้าเทียบกับบ้านเราเนี่ย ไม่น่าจะเกิน 100 บาทนะ
หลังจากทาไปได้สักพัก อาการก็ดีขึ้นเหมือนจะหายแล้ว แต่ก็ยังไม่หายสักกะที เดี๋ยววันพรุ่งนี้จะลองไปหาหมออีกรอบครับ
วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
STOP Work!
บีหยุดทำงานประจำที่ร้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว สาเหตุเนื่องเพราะว่า วีซ่าบี เป็นวีซ่าที่เป็นแบบผู้ติดตาม ซึ่งในแบบฟอร์มการขอ Carte de sejour เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า ห้ามทำงาน (นอกจากแอบทำ) แต่ทางเจ้าของร้านเค้าก็กลัวว่าจะถูกรัฐบาลจำได้ ซึ่งโทษหนักถึงขั้นปิดร้าน + ยึดใบกิจการเลยทีเดียว บีก็เลยไม่ได้ทำงานที่นั่นประจำ แต่ก็รับงานมาทำที่บ้าน เช่น ห่อเกี้ยว เป็นต้น ก็ยัง O.K. มีรายได้นิดหน่อย
ถ้ามาในฐานะ นักศึกษาจะ สามารถทำงานได้ (ผมสามารถทำงานได้แต่จำกัดชั่วโมง) แต่ผมก็ลองคิด ๆ ดู ถึงแม้มาในฐานะ นักศึกษา ก็ลำบากอยู่ดี (ยิ่งถ้านับตั๋วเครื่องบินกลับไปยิ่งไม่คุ้มใหญ่) ปรกติแล้ว วีซ่าจะไม่สามารถเปลี่ยนประเภทได้ นอกจากจะกลับไปขอใหม่ที่เมืองไทย ซึ่งขั้นตอนนี้แค่คิดก็ไม่คุ้มแล้ว และถ้ามาแบบนักเรียน ก็คงต้องไปสมัครเรียนที่ มิไค (โรงเรียนสอนภาษาฝรั่งเศสในตูลูส) เพราะว่าค่าลงทะเบียนจะถูกกว่าที่อื่น ประมาณ 300 ยูโร ต่อปี แต่ก็ไม่ใช่ว่าเข้าได้ง่าย ๆ อย่างน้อยก็ต้องพูดภาษาฝรั่งเศสได้พอควร และ หากสถานะนักศึกษาหมดหมดเมื่อไหร่ก็ต้องถูกส่งกลับประเทศอยู่ดี และ การขอเงินคืนค่าบ้านจาก CAF บีมาในสถานะผู้ติดตาม ผมสามารถขอเงินจาก CAF ได้เยอะพอสมควร เท่าที่คำนวนดูใน web ของ CAF ก็เกิน 50% เลยทีเดียว แต่ต้องรอดูอีกที ว่า CAF จะให้เท่ากับที่คำนวนใน web หรือเปล่า ดังนั้นเมื่อคำนวนดูแล้ว ถ้ามาในสถานะผู้ติดตามได้ ก็มาในสถานะนี้ จะดีกว่าครับ หางานมาทำที่บ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ + ใช้จ่ายประหยัด ๆ ตามเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงของเรา ก็อยู่ได้ครับ :-)
ถ้ามาในฐานะ นักศึกษาจะ สามารถทำงานได้ (ผมสามารถทำงานได้แต่จำกัดชั่วโมง) แต่ผมก็ลองคิด ๆ ดู ถึงแม้มาในฐานะ นักศึกษา ก็ลำบากอยู่ดี (ยิ่งถ้านับตั๋วเครื่องบินกลับไปยิ่งไม่คุ้มใหญ่) ปรกติแล้ว วีซ่าจะไม่สามารถเปลี่ยนประเภทได้ นอกจากจะกลับไปขอใหม่ที่เมืองไทย ซึ่งขั้นตอนนี้แค่คิดก็ไม่คุ้มแล้ว และถ้ามาแบบนักเรียน ก็คงต้องไปสมัครเรียนที่ มิไค (โรงเรียนสอนภาษาฝรั่งเศสในตูลูส) เพราะว่าค่าลงทะเบียนจะถูกกว่าที่อื่น ประมาณ 300 ยูโร ต่อปี แต่ก็ไม่ใช่ว่าเข้าได้ง่าย ๆ อย่างน้อยก็ต้องพูดภาษาฝรั่งเศสได้พอควร และ หากสถานะนักศึกษาหมดหมดเมื่อไหร่ก็ต้องถูกส่งกลับประเทศอยู่ดี และ การขอเงินคืนค่าบ้านจาก CAF บีมาในสถานะผู้ติดตาม ผมสามารถขอเงินจาก CAF ได้เยอะพอสมควร เท่าที่คำนวนดูใน web ของ CAF ก็เกิน 50% เลยทีเดียว แต่ต้องรอดูอีกที ว่า CAF จะให้เท่ากับที่คำนวนใน web หรือเปล่า ดังนั้นเมื่อคำนวนดูแล้ว ถ้ามาในสถานะผู้ติดตามได้ ก็มาในสถานะนี้ จะดีกว่าครับ หางานมาทำที่บ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ + ใช้จ่ายประหยัด ๆ ตามเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงของเรา ก็อยู่ได้ครับ :-)
Titre de sejour
วันที่ 31 ตุลาคม 2551 ผมมีนัดกับ ANAEM ให้ไปตรวจสุขภาพเพื่อขอ Carte de sejour ( หรือ Titre de sejour นั่นแหละ อันเดียวกัน) เหมือนกับครั้งที่ผมพาบี เราเดินทางกันไปตั้งแต่ 8.30 น. ไปถึงที่ ANAEM ที่สถานี La Vache (Ligne B) เวลา 8.55 น. ผมก็ตรวจสุขเหมือนกับที่บีได้ตรวจ คราวนี้เวลาคุยกับเจ้าหน้าที่ก็สบาย ๆ เลย เพราะรู้แล้ว ว่าจะได้อะไรบ้าง ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อให้ข้อมูลเรียบร้อย ผมก็ไป X-Rays ปอด แล้วก็รอรับฟิล์ม X-rays จากนั้น เค้าก็บอกว่าให้รอรับเจ้าตัวใบรับรองสุขภาพ ผมก็รออยู่สักพักหนึ่งเข้าก็เรียกเข้าไปรับในห้อง และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ปรากฎว่าผมได้รับ Titre de sejour วันนั้นเลยครับ งง แฮะ ไม่ต้องไปต่อแถวรอที่ Prefecture อีก ซึ่ง Titre de sejour มีอายุ 1 ปี เมื่อหมดอายุเมื่อไหร่ ก็ต้องไปติดต่อ Prefecture เพื่อขอเจ้า Titre de sejour ใหม่อีกรอบ คราวนี้ผมก็เตรียมนำเจ้าเอกสารตัวนี้ไปยื่นให้ CAF เพื่อขอเงินค่าบ้านคืน ก็หลายยูโรอยู่ทีเดียว
ANAEM เนี่ย ก็จัดเป็นที่หนึ่งที่ให้บริการดีเลยทีเดียวครับ ขอชมเชย :-)
จากน้ันก็ไป LMDE ต่อ เพราะค่าประกันสุขภาพของบี ยังไม่เรียบร้อย เมื่อไปที่ LMDE เค้าก็บอกว่าต้องให้ CROUS ทำจดหมายรับรองให้บี มาอีกครั้งหนึ่ง ถึงจะได้ ผมก็เลยต้องไปที่ CROUS ใหม่ ก็คุยกันลำบากพอสมควร เนื่องจากฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็สรุปใจความได้ว่า CROUS จะทำจดหมายไปให้ LMDE แล้วให้ผมรออีก 2 สัปดาห์จึงไปติดต่อ LMDE อีกที ซึ่งคิดว่าคราวนี้คงจะได้ประกันสุขภาพของบีแล้ว และจะมี update ใหม่นะครับ
ANAEM เนี่ย ก็จัดเป็นที่หนึ่งที่ให้บริการดีเลยทีเดียวครับ ขอชมเชย :-)
จากน้ันก็ไป LMDE ต่อ เพราะค่าประกันสุขภาพของบี ยังไม่เรียบร้อย เมื่อไปที่ LMDE เค้าก็บอกว่าต้องให้ CROUS ทำจดหมายรับรองให้บี มาอีกครั้งหนึ่ง ถึงจะได้ ผมก็เลยต้องไปที่ CROUS ใหม่ ก็คุยกันลำบากพอสมควร เนื่องจากฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็สรุปใจความได้ว่า CROUS จะทำจดหมายไปให้ LMDE แล้วให้ผมรออีก 2 สัปดาห์จึงไปติดต่อ LMDE อีกที ซึ่งคิดว่าคราวนี้คงจะได้ประกันสุขภาพของบีแล้ว และจะมี update ใหม่นะครับ
วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551
New Job!!
วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ ผมได้พาบีไปลองงานที่ร้าน สุโขทัย ณ ตูลูส ซึ่งงานหลักของบีก็คือช่วยแม่ครัวเตรียมอาหาร + ล้างจาน (แต่จะเน้นล้างจานมากกว่า) ส่วนผมก็ไปช่วย ๆ เค้าเพื่อตีสนิทไว้ก่อน และยังได้ดูลาดราว เพื่อจะรับ job เล่นดนตรี ซึ่งหลังจากที่คุยกับเจ้าของร้าน (ชื่อพี่ Ed) เค้าก็ O.K. ครับ ผมต้องกลับมาเตรียมเพลงไว้ก่อนจะไป audition จริง ๆ คงได้แกะเพลงฝรั่งเศสเล่นกันมั่งละวะ งานนี้
ในร้านบรรยากาศตกแต่งสวยงาม ในแบบไทย ๆ พนักงานในร้านมี กันประมาณ 3-4 คน ตอนเที่ยง ๆ วันนี้ คนก็ยังมาไม่เยอะมากนัก ทยอยกันมาเรื่อย ๆ ประมาณ 9 คน ก็สั่งอาหารแบบเป็นชุด เป็นส่วนมาก แขกส่วนมากเป็นคนฝรั่งเศส หลังจากที่เค้าทานอาหารไทย เท่าที่สังเกตส่วนใหญ่ก็ชอบนะ ทานกันหมดเกลี้ยงเกือบทุกคน ทานเหลือบางคนเท่านั้น แสดงว่าร้านนี้ อนาคต น่าจะ O.K. ผมก็เลยเชียร์ให้บีตกลงทำงาน ก็เข้างาน 11.30 น. เลิกก็ประมาณ บ่าย 3 โมง วันนี้หลังจากเลิกงาน ก็ได้รับเงินค่าจ้าง 10 ยูโร + แขกให้ทิป อีก 1 ยูโร ก็ดีนะ ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ ได้เงิน ได้งาน ได้รู้จักคน ได้ประสบการณ์ด้วย หลังจากนี้ไป บี ก็มีงานทำแล้ว เย้.. :-)
ในร้านบรรยากาศตกแต่งสวยงาม ในแบบไทย ๆ พนักงานในร้านมี กันประมาณ 3-4 คน ตอนเที่ยง ๆ วันนี้ คนก็ยังมาไม่เยอะมากนัก ทยอยกันมาเรื่อย ๆ ประมาณ 9 คน ก็สั่งอาหารแบบเป็นชุด เป็นส่วนมาก แขกส่วนมากเป็นคนฝรั่งเศส หลังจากที่เค้าทานอาหารไทย เท่าที่สังเกตส่วนใหญ่ก็ชอบนะ ทานกันหมดเกลี้ยงเกือบทุกคน ทานเหลือบางคนเท่านั้น แสดงว่าร้านนี้ อนาคต น่าจะ O.K. ผมก็เลยเชียร์ให้บีตกลงทำงาน ก็เข้างาน 11.30 น. เลิกก็ประมาณ บ่าย 3 โมง วันนี้หลังจากเลิกงาน ก็ได้รับเงินค่าจ้าง 10 ยูโร + แขกให้ทิป อีก 1 ยูโร ก็ดีนะ ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ ได้เงิน ได้งาน ได้รู้จักคน ได้ประสบการณ์ด้วย หลังจากนี้ไป บี ก็มีงานทำแล้ว เย้.. :-)
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551
VACCINE
ช่วงเช้า ผมก็เอา LMDE ที่ได้รับจดหมายเมื่อวันศุกร์ ไปให้หมอกรอกเอกสาร คล้าย ๆ กับว่า เราเลือกหมอไว้ก่อน หากเป็นอะไร ก็มาหาหมอคนนี้ได้ ก็เลยหาคลีนิคหมอที่ใกล้ ๆ กับ มหาวิทยาลัย เข้าไปปุ๊บก็ต้องนั่งรอ ร้อ รอ......รอ รอประมาณเกือบ 1 ชม. เข้าไปหาหมอก็กรอกเอกสาร ใช้เวลาประมาณ 5 นาที เสร็จ (แม่ง กรูต้องรอนานตั้ง 1 ชม.) เพราะว่าที่นี่ ค่าแรงมันแพงมาก หมอก็เลยไม่ได้จ้างใครเลย เค้าทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ นัดคนไข้ ตรวจคนไข้ เขียนใบสั่งยา จ่ายยา ทุกอย่าง ยิ่งหมอฟัน ยิ่งมือโปร ใหญ่ sucker สำหรับดูดน้ำลายพี่แกยังถือเองเลยน่ะ หมอฟันบ้านเราสู้ได้ป่าว หึ ๆ ๆ
ช่วงบ่าย หลังจากที่ไปจัดการธุระที่ ANAEM เสร็จเมื่อวันศุกร์ ผมก็พาบีไปฉีดยาป้องกันโรค ที่ Centre de Vaccination International ณ. Service Communal D'Hygiene et de sante เพื่อขอ Certificat de vaccinations จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อยากฉีดมากนักหรอก แต่เพื่อความชัวร์ในการขอ Carte de sejour เพราะ ในจดหมายมันบอกว่า ต้องเอาใบรับรองวัคซีนมาแสดงด้วย ก็เลย ฉีดซะเลยไหน ๆ ก็ฉีดฟรี ก่อนที่จะฉีดก็นั่งรอประมาณเกือบ ๆ ชม. ซึ่งไม่ถือว่านานมาก (เพราะไม่ได้นัดมาก่อนด้วย) สำหรับการมาติดต่อหน่วยงานราชการของฝรั่งเศส ผมคิดว่าพอรับได้ครับ (ไอที่รอนาน บริการห่วยที่สุดก็เป็น Prefecture นี่แหละครับ) หมอที่ฉีดยา ก็ใจดี คุยดี แล้วก็มือเบามาก ก่อนฉีด บี กลัวเข็มมาก แต่พอฉีด ไม่เจ็บเลย สบายหายห่วงครับ เนื่องจากห่างหายจากการฉีดยามานานเกิน 10 ปี จึงโดนไป 2 เข็ม และต้องเว้นช่วง 1 เดือน วันนี้เลยฉีดแค่เข็มเดียวก่อน แล้ว วันที่ 20 พย. 51 หรือหลังจากวันนั้น ค่อยมาต่ออีกเข็ม ฮา ๆ
ระหว่างเดินหาร้านก็ผ่านร้านขายกีต้าร์ด้วย ไว้ว่าง ๆ จะเอารูปมา upload ให้ดู (ติดตามได้ใน http://guitarist.vze.com/ )
ช่วงเย็น รุ่นพี่มาบอกว่า ร้านอาหารไทย "สุโขทัย" เข้ากำลังหาคนทำงาน ผมก็เลย พาบี ไปสมัครงานซะเลย วันพรุ่งนี้จะเป็นวันทดลองงาน ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือเปล่า ไว้ได้ผลยังไง จะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนละกัน
ช่วงบ่าย หลังจากที่ไปจัดการธุระที่ ANAEM เสร็จเมื่อวันศุกร์ ผมก็พาบีไปฉีดยาป้องกันโรค ที่ Centre de Vaccination International ณ. Service Communal D'Hygiene et de sante เพื่อขอ Certificat de vaccinations จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อยากฉีดมากนักหรอก แต่เพื่อความชัวร์ในการขอ Carte de sejour เพราะ ในจดหมายมันบอกว่า ต้องเอาใบรับรองวัคซีนมาแสดงด้วย ก็เลย ฉีดซะเลยไหน ๆ ก็ฉีดฟรี ก่อนที่จะฉีดก็นั่งรอประมาณเกือบ ๆ ชม. ซึ่งไม่ถือว่านานมาก (เพราะไม่ได้นัดมาก่อนด้วย) สำหรับการมาติดต่อหน่วยงานราชการของฝรั่งเศส ผมคิดว่าพอรับได้ครับ (ไอที่รอนาน บริการห่วยที่สุดก็เป็น Prefecture นี่แหละครับ) หมอที่ฉีดยา ก็ใจดี คุยดี แล้วก็มือเบามาก ก่อนฉีด บี กลัวเข็มมาก แต่พอฉีด ไม่เจ็บเลย สบายหายห่วงครับ เนื่องจากห่างหายจากการฉีดยามานานเกิน 10 ปี จึงโดนไป 2 เข็ม และต้องเว้นช่วง 1 เดือน วันนี้เลยฉีดแค่เข็มเดียวก่อน แล้ว วันที่ 20 พย. 51 หรือหลังจากวันนั้น ค่อยมาต่ออีกเข็ม ฮา ๆ
ระหว่างเดินหาร้านก็ผ่านร้านขายกีต้าร์ด้วย ไว้ว่าง ๆ จะเอารูปมา upload ให้ดู (ติดตามได้ใน http://guitarist.vze.com/ )
ช่วงเย็น รุ่นพี่มาบอกว่า ร้านอาหารไทย "สุโขทัย" เข้ากำลังหาคนทำงาน ผมก็เลย พาบี ไปสมัครงานซะเลย วันพรุ่งนี้จะเป็นวันทดลองงาน ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือเปล่า ไว้ได้ผลยังไง จะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนละกัน
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ANAEM
เมื่อวาน เมื่อถึงกำหนดต้องไปเอาไปรับรองการตรวจร่างกายที่ ANAEM ผมก็ทำการหาเส้นทางจาก http://maps.google.com ก็พบว่า ต้องนั่งรถไฟฟ้าสาย B ไปลงที่ สถานี La Vache
ผมและ บี ออกเดินทางตอน บ่ายกว่า ๆ โชคดี วันนั้นเป็นวันที่ จดหมาย LMDE มาถึงพอดี และก็ได้ใช้ด้วย
ผมนั่งรถไฟฟ้าไปที่สถานี La Vache ตามที่ Google บอกไว้ จากนั้นก็เดินต่อไปที่ ANAEM ดูจากในแผนที่ก็ค่อนข้างไกล แต่พอไปถามคนแถวนั้น ก็พบว่า ไม่ไกลมาก เดินไป 5 นาทีก็ถึงแล้ว สถานที่กว้างใหญ่สบาย เข้าไปปุ๊บ เข้าก็ให้นั่งรอแป๊บนึง แล้วก็เดินเข้าไปคุยกับพนักงาน เค้าก็พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ผมก็เดาออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่เค้าก็ใจดี ไปนำเพื่อนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี (แถมน่ารักด้วย) จึงสื่อสารกันเข้าใจ :-)
ก่อนที่จะไป ANEAM ผมก็ซื้ออากรแสตมป์ (timbre) 275 ยูโร คนขาย ก็งง ทำไม ซื้อตั้ง 5 ดวง (ดวงละ 55 ยูโร) ปรกติ ซื้อกันดวงเดียว สำหรับ 1 ดวงใช้กรณีของนักเรียนครับ ถ้าเป็นบุคคลทั่วไป ทำครั้งแรกใช้ 5 ดวง ซึ่ง แสตมป์นี้ เราจะใช้ตอนที่ไปรับ Carte de sejour ครับ ไม่ได้ใช้ตอนที่ไป ANEAM
สรุปใจความได้ว่า บี จะได้รับการ X-rays (เอ๊กซเรย์) ปอด แล้วก็ได้ใบรับรองสุขภาพ ซึ่งเอาใบนี้แหละ ในการไปยื่นขอ Carte de sejour ที่ Prefecture ต้องรอจดหมายจาก Prefecture อีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วก็ให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ (เป็นนโยบายของประเทศนี้ เค้าจะมีกำหนดไว้เลย ว่าอายุเท่าไร ฉีดอะไรบ้าง) แต่ก็ไม่ได้บังคับ ว่าจะไปฉีดหรือไม่ฉีดก็ได้ ยังไงก็ได้ Carte de sejour แต่เพื่อความปลอดภัย ทั้งของร่างกายเรา และ ความปลอดภัยในการขอ Carte de sejour ผมก็เลย แนะนำให้ไปฉีดดีกว่า ยังไงก็ฟรี ทุกอย่าง (รวมทั้งค่า X-rays ด้วย)
ตอนนี้ก็แค่เตรียมตัว ไปรับ Carte de sejour แล้ว จะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ
ผมและ บี ออกเดินทางตอน บ่ายกว่า ๆ โชคดี วันนั้นเป็นวันที่ จดหมาย LMDE มาถึงพอดี และก็ได้ใช้ด้วย
ผมนั่งรถไฟฟ้าไปที่สถานี La Vache ตามที่ Google บอกไว้ จากนั้นก็เดินต่อไปที่ ANAEM ดูจากในแผนที่ก็ค่อนข้างไกล แต่พอไปถามคนแถวนั้น ก็พบว่า ไม่ไกลมาก เดินไป 5 นาทีก็ถึงแล้ว สถานที่กว้างใหญ่สบาย เข้าไปปุ๊บ เข้าก็ให้นั่งรอแป๊บนึง แล้วก็เดินเข้าไปคุยกับพนักงาน เค้าก็พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ผมก็เดาออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่เค้าก็ใจดี ไปนำเพื่อนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี (แถมน่ารักด้วย) จึงสื่อสารกันเข้าใจ :-)
ก่อนที่จะไป ANEAM ผมก็ซื้ออากรแสตมป์ (timbre) 275 ยูโร คนขาย ก็งง ทำไม ซื้อตั้ง 5 ดวง (ดวงละ 55 ยูโร) ปรกติ ซื้อกันดวงเดียว สำหรับ 1 ดวงใช้กรณีของนักเรียนครับ ถ้าเป็นบุคคลทั่วไป ทำครั้งแรกใช้ 5 ดวง ซึ่ง แสตมป์นี้ เราจะใช้ตอนที่ไปรับ Carte de sejour ครับ ไม่ได้ใช้ตอนที่ไป ANEAM
สรุปใจความได้ว่า บี จะได้รับการ X-rays (เอ๊กซเรย์) ปอด แล้วก็ได้ใบรับรองสุขภาพ ซึ่งเอาใบนี้แหละ ในการไปยื่นขอ Carte de sejour ที่ Prefecture ต้องรอจดหมายจาก Prefecture อีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วก็ให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ (เป็นนโยบายของประเทศนี้ เค้าจะมีกำหนดไว้เลย ว่าอายุเท่าไร ฉีดอะไรบ้าง) แต่ก็ไม่ได้บังคับ ว่าจะไปฉีดหรือไม่ฉีดก็ได้ ยังไงก็ได้ Carte de sejour แต่เพื่อความปลอดภัย ทั้งของร่างกายเรา และ ความปลอดภัยในการขอ Carte de sejour ผมก็เลย แนะนำให้ไปฉีดดีกว่า ยังไงก็ฟรี ทุกอย่าง (รวมทั้งค่า X-rays ด้วย)
ตอนนี้ก็แค่เตรียมตัว ไปรับ Carte de sejour แล้ว จะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ
วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551
CAF ขอเงินค่าบ้าน
หลังจากที่ลองคำนวนดูคร่าว ๆ ค่าเช่าบ้านเดือนละ 413 ยูโร ผมลองไปที่ http://www.caf.fr/ เพื่อคำนวนเงินที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศส คำนวนได้ประมาณ 304 ยูโร เยอะใช้ได้เลย วันนี้ผมเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว และ จะไปยื่นที่ CAF มีจุดให้บริการ 2 จุด หลังจากที่ได้สอบถาม ก็ทราบว่า ในส่วนที่เข้าแถวต่อคิว นั้นเป็นของ พวกที่มีรายได้น้อยและไม่ได้เป็นนักเรียนที่จะขอช่วยจาก CAF
ในส่วนของผม (จัดเป็นพวกไม่มีรายได้) ก็ไปอีกจุดหนึ่ง ซึ่งวันนี้ไม่มีคนเลยแฮะ ทางโล่งสะดวก ไปถึง เค้าก็พูดคุยดี ฟังไม่ยาก (โชคดีเจอคนใจดี) เค้าก็ตรวจเอกสาร แล้วก็บอกว่า Carte de sejour หลังจากที่ได้ตัวจริงแล้ว ให้เอามายื่นให้ด้วยนะ พอตรวจเสร็จหมดแล้ว ก็เก็บเข้าแฟ้ม แล้วก็บอกว่าเสร็จแล้ว เดือนหน้า รอรับเงินในบัญชีได้เลย
เฮ้ย!! ทำไมมันง่ายอย่างงี้วะ!! ตั้งแต่ติดต่อหน่วยงานของฝรั่งเศส ไม่มีที่ไหนแล้ว ที่สะดวกที่สุดเท่า CAF @ Toulouse หลักฐานจากเจ้าของบ้านก็ไม่ต้องใช้ แค่ให้เจ้าของบ้านกรอก Attestation (แปลว่าใบรับรอง) ที่เรา Print ไปเท่านั้นเอง สะดวกโคตร ๆ ^_^
แต่ตอนที่ไปกรอกใน web ของ CAF เนี่ย เหนื่อยเอาเรื่อง เพราะมีแตคำศัพท์ และ คำย่อ หลายอย่างที่เราไม่เข้าใจตรึมเลย เดา ๆ ไป ตรงไหนเป็นรายรับกรอก 0 หมด แล้วก็เน้นว่าเป็นนักเรียนทุน CROUS จะได้ ได้เงินคืนมาเยอะ ๆ หึ ๆ ๆ
ตอนนี้ใบนัดตรวจสุขภาพเพื่อทำ Carte de sejour ของ บี ก็ส่งคืนมาให้แล้ว (ทำไม ทำหลังได้ก่อนวะ) นัดเจอกันศุกร์นี้ ต้องติดแสตมป์ 275 ยูโรแหนะ ( ประมาณ 14,xxx บาท ) เอาวะ เพื่อให้ได้อยู่ในประเทศเค้าก็ต้องยอมจ่าย
ในส่วนของผม (จัดเป็นพวกไม่มีรายได้) ก็ไปอีกจุดหนึ่ง ซึ่งวันนี้ไม่มีคนเลยแฮะ ทางโล่งสะดวก ไปถึง เค้าก็พูดคุยดี ฟังไม่ยาก (โชคดีเจอคนใจดี) เค้าก็ตรวจเอกสาร แล้วก็บอกว่า Carte de sejour หลังจากที่ได้ตัวจริงแล้ว ให้เอามายื่นให้ด้วยนะ พอตรวจเสร็จหมดแล้ว ก็เก็บเข้าแฟ้ม แล้วก็บอกว่าเสร็จแล้ว เดือนหน้า รอรับเงินในบัญชีได้เลย
เฮ้ย!! ทำไมมันง่ายอย่างงี้วะ!! ตั้งแต่ติดต่อหน่วยงานของฝรั่งเศส ไม่มีที่ไหนแล้ว ที่สะดวกที่สุดเท่า CAF @ Toulouse หลักฐานจากเจ้าของบ้านก็ไม่ต้องใช้ แค่ให้เจ้าของบ้านกรอก Attestation (แปลว่าใบรับรอง) ที่เรา Print ไปเท่านั้นเอง สะดวกโคตร ๆ ^_^
แต่ตอนที่ไปกรอกใน web ของ CAF เนี่ย เหนื่อยเอาเรื่อง เพราะมีแตคำศัพท์ และ คำย่อ หลายอย่างที่เราไม่เข้าใจตรึมเลย เดา ๆ ไป ตรงไหนเป็นรายรับกรอก 0 หมด แล้วก็เน้นว่าเป็นนักเรียนทุน CROUS จะได้ ได้เงินคืนมาเยอะ ๆ หึ ๆ ๆ
ตอนนี้ใบนัดตรวจสุขภาพเพื่อทำ Carte de sejour ของ บี ก็ส่งคืนมาให้แล้ว (ทำไม ทำหลังได้ก่อนวะ) นัดเจอกันศุกร์นี้ ต้องติดแสตมป์ 275 ยูโรแหนะ ( ประมาณ 14,xxx บาท ) เอาวะ เพื่อให้ได้อยู่ในประเทศเค้าก็ต้องยอมจ่าย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)